เด็กสมัยก่อนเขาเล่นของเล่นอะไรกันนะ ?

ช่วงนี้กระแสออเจ้ากำลังมาแรง กับละครบุพเพสันนิวาส แอดมินเลยสงสัยขึ้นมา ว่าเด็กสมัยออเจ้า อยุธยานั้นเขาเล่นอะไรกันน๊า ของเล่นสมัยนู้นคงไม่ได้มีมากมายเช่นสมัยนี้ ละก็มาพบกับการละเล่นต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ของเล่นสมัยนี้กันเลยค่ะ มีอะไรบ้างลองติดตามดูได้เลยจ้า

1.การเล่นว่าว จากบันทึกของปรังชัวส์ อังรี ตุรแปง ชาวฝรั่งเศส (2530 : 73) ที่เข้ามาเป็นนักสอนศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า การเล่นว่าวนิยมเล่นกันมากในหมู่เจ้านายชั้นสูงเท่านั้น เนื่องจาก กระดาษมีราคาแพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นการเล่นว่าวจึงถูกจัดอยู่ในหมู่ของเล่นไฮโซในสมัยนั้นนั่นเอง

วิธีการเล่น ประดิษฐ์ว่าวด้วยกระดาษ เล่นในที่โล่งแจ้งและมีลม ปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อว่าวติดลมบน ให้เริ่มบังคับว่าวด้วยเชือก ประโยชน์ของการเล่น ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการที่ต้องใช้มือบังคับสายว่าว กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการวิ่งตามตัวว่าว การใช้มือและตาประสานกัน

2.มอญซ่อนผ้า มอญซ่อนผ้าน่าจะเป็นการเล่นที่คุ้นเคยและยังคงนิยมเล่นมาจนถึงปัจจุบัน โดย มอญซ่อนผ้ามีบทร้อง ประกอบการเล่นด้วย

วิธีการเล่น 1) นั่งล้อมกันเป็นวงกลมและเว้นระยะห่างพอสมควร วงกลมนึงประมาณ 6-8

2)ผู้เล่นที่นั่งอยู่ในวงต้องนั่งอยู่เฉยๆโดยเอามือมาวางไว้บนตักและไม่สามารถหันไปมามองข้างหลังหรือมองผู้ที่ถือผ้าอยู่ ที่สำคัญไม่สามารถบอกผู้ที่ถูกซ่อนผ้าว่ามีผ้าซ่อนไว้อยู่ข้างหลัง

3)ผู้ที่ถือผ้านั้นจะต้องเดินไปรอบๆวง และผู้ที่นั่งจะต้องร้องเพลงมอญซ่อนผ้าที่มีเนื้อร้องว่า “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้นู่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ”

4)จากนั้นผู้ซ่อนผ้าจะต้องแอบซ่อนผ้าไว้ข้างหลังผู้เล่นที่นั่งอยู่คนใดคนหนึ่ง และให้เดินวนรอบวงอีกหนึ่งรอบ เพื่อแสร้งทำเป็นเหมือนไม่เกิดอะไรเกิดขึ้น

5)ผู้ที่ถูกซ่อนผ้าจะต้องลุกขึ้นมาวิ่งไล่ตีผู้ซ่อนผ้าโดยการวิ่งไล่รอบๆวงให้ทันเวลา ส่วนผู้ซ่อนผ้าจะต้องวิ่งมานั่งร่วมวงในที่ที่มีที่ว่าง

6)หากผู้ที่ถูกซ่อนผ้าไม่สามารถไล่ผู้ซ่อนผ้าทัน ผู้นั้นจะต้องกลายผู้ซ่อนผ้าเอง

ประโยชน์ของการเล่น ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ฝึกทักษะความคล่องแคล่ว และการฝึกทักษะการสังเกต

3.งูกินหาง

การเล่นงูกินหางไม่มีอุปกรณ์การเล่นใด ๆ สามารถเล่นได้ทุกโอกาสจะมีเล่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนมากผู้ใหญ่จะเล่นในเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ ส่วนเด็ก ๆ จะเล่นทุกโอกาสที่เด็ก ๆ รวมกัน วิธีการเล่น เริ่มเล่นเมื่อผู้เล่นพร้อมกันแล้วจะเริ่มด้วยการเสี่ยงถ้าใครแพ้คนนั้น ก็จะออกเป็นพ่องู ส่วนผู้ชนะก็จะได้เล่นเป็นแม่งูและลูกงู ส่วนมากในกลุ่มผู้เล่นจะเลือกเอาคนที่มีร่างกายแข็งแรงหรือรูปร่างใหญ่ในทีมเป็นแม่งู เพื่อเอาไว้ป้องกันลูกงู เมื่อได้ผู้เล่นแล้วพ่องูและแม่งูจะยืนหันหน้าเข้าหากัน ส่วนแม่งูจะมีลูกงูกอดเอวต่อแถวไปข้างหลังแล้วพ่องูจะเริ่มถามแม่งูว่า

พ่องู "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน" 

แม่งู "กินน้ำบ่อโสกโยกไปโยกมา" พร้อมแสดงอาการส่ายตัวไปมา

พ่องู "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน" 

แม่งู "กินน้ำบ่อหินบินไปบินมา" พร้อมแสดงอาการบินไปบินมา

พ่องู "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน" 

แม่งู "กินน้ำบ่อทรายย้ายไปย้ายมา" พร้อมแสดงอาการส่ายตัวไปมา

พ่องู "กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว"

เมื่อพ่องูกล่าวเสร็จพ่องูจะเริ่มไล่จับลูกงูที่กอดเอวแม่งูอยู่ส่วนแม่งูก็จะพยายามป้องกันไม่ให้พ่องูไปแย่งลูกงูได้ เมื่อพ่องูจับลูกงูคนใดได้ลูกงูก็จะออกมายืนอยู่ต่างหากเพื่อรอเล่นรอบต่อไป ส่วนพ่องูจะพยายามแย่งลูกงูให้ได้หมดทุกตัวจึงจะถือว่าจบการเล่นรอบหนึ่ง เมื่อพ่องูจับลูกงูได้ทุกตัวแล้วก็จะเริ่มเล่นใหม่ โดยพ่องูคนเดิมจะกลับไปเป็นแม่งูในรอบต่อไป

ประโยชน์การเล่น กล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ความคล่องแคว่งว่องไว

4.การละเล่น รีรีข้าวสาร

รีรีข้าวสารยังคงเป็นการละเล่นที่เล่นกันมาถึงปัจจุบัน

วิธีการเล่น ผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะเป็นประตูโค้งหรือซุ้ม คนอื่นๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อยๆ ผู้เล่น 2 คนที่เป็นประตูจะร้องเพลงประกอบ เวลาลอดใต้ซุ้ม หัวแถวจะต้องเดินอ้อมหลังคนที่เป็นประตูจะร้องเพลงประกอบ เมื่อจบเพลงผู้เป็นประตูจะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลาง คัดออกไป คนข้างหลังต้องระวังตัวให้ดี มิฉะนั้นตัวเองต้องออกจากการเล่น ต้องผ่าน ให้ได้หมดทุกคนจึงจนจบเกม บทร้องประกอบการเล่นมีว่า รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้อง ใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ ประโยชน์ของการเล่น ความสนุกสนานอยู่ที่คำร้อง จังหวะของคำร้อง และการได้ฝึก ความว่องไว ไหวพริบที่จะต้องพยายามไม่ให้ถูกตัดออกจากการเล่น

5.สิงหลักลอย

วิธีเล่นคือ  ผู้เล่นคนหนึ่่ง สมมุติว่าเป็น “สิงหลักลอย” ไม่มีหลักจับ ส่วนคนที่เหลือ เป็นลิงจับหลัก ผู้เป็นลิงหลักลอย ต้องพยายามแย่งหลัก ในขณะที่ผู้เล่นทั้งหมดเปลี่ยนที่กัน ส่วนมากมักจะใช้สี่หลัก ผู้ที่เป็นลิงชิงหลักต้องคอย สังเกตดูว่าตนจะชิงหลักไหนได้สะดวก ก็รีบวิ่งไปชิงหลักนั้นไว้ ถ้าจับหลักได้ก่อน ผู้ที่มาช้าก็เป็นลิงหลักลอย คอยชิงหลักของคนอื่น บางคนทำท่าเปลี่ยนแล้วไม่เปลี่ยนเป็นการล่อหลอก ถือว่าเท้ายังยึดหลักอยู่ ผู้อื่นจะชิงไม่ได้

ประโยชน์ของการเล่น 

ด้านสติปัญญา ฝึกไหวพริบการตัดสินใจและการช่างสังเกต ว่าคนไหนจะเปลี่ยนหลัก เราควรจะวิ่งไปหลักใด

ด้านอารมณ์ เด็ก ๆ ได้ผ่อนคลาด ได้ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

ด้านร่างกาย เด็กๆได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะส่วนขา เพราะการละเล่นนี้จะต้องมีการวิ่งเพื่อเปลี่ยนหลัก

ด้ายจิตใจ ฝึกสมาธิ 

6.กระต่ายขาเดียว

วิธีเล่น ขีดเส้นแบ่งเขตบนพื้น และมีเขตจำกัดเส้นออกไว้ด้วย แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายเท่าๆ กัน ตกลงกันว่าใครจะเป็นกระต่ายก่อน กลุ่มที่เป็นกระต่ายจะคิดคำขึ้นหนึ่งคำ ให้มีพยางค์เท่ากับจำนวนคนในหมู่และจำต้องกำหนดพยางค์ให้แต่ละคนด้วย เมื่อคิดคำได้แล้วหมู่ที่เป็นฝ่ายเล่นทั้งหมดก็จะเป็นผู้เลือกว่า จะเอาพยางค์ใด ฝ่ายกระต่ายคนที่มีพยางค์ตรงกับที่โดนเลือกก็จะวิ่งกระโดดขาเดียวให้เร็วที่สุด และไล่จับแตะคนในฝ่ายเล่น ถ้าคนใดโดนจับหรือถูกตัวกระต่ายก็ต้องออกจากการเล่น แต่ถ้ากระต่ายเปลี่ยนขาหรือขาแตะพื้นจะต้องเปลี่ยนเป็นกระต่ายตัวใหม่ที่ฝ่ายเล่นจะเลือก เมื่อฝ่ายเล่นถูกไล่ตีจนหมดแล้วก็ถือว่าแพ้ ต้องมาเป็นฝ่ายกระต่ายบ้าง

ประโยชน์ของการเล่น 

ด้านร่างกาย ได้ออกกำลังกายทำให้มีร่างกายที่แข็งแรง 

ด้านสติปัญญา  ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี ส่งผลให้พัฒนาการทางด้านสติปัญญาได้อย่างรวดเร็ว

ด้านอารมณ์  มีความเพลิดเพลิน มีสุนทรียภาพในการเล่น ร่าเริงแจ่มใส

ด้านสังคม ได้เข้ารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทำให้รู้จักการอยู่รวมกันและเล่นกันเป็นหมู่คณะ

ขอบคุณแหล่งที่มาของความรู้

http://การละเล่นพื้นบ้านไทย.blogspot.com

https://sites.google.com/

https://today.line.me/th/

ฝากติดตามพวกเราผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่

เพจ Ready Steady Grow

แชนเนล Ready Steady Grow

อินสตาแกรม Ready Steady Grow

No comments:

Powered by Blogger.