การเร่งเรียนวิชาการในเด็ก สำคัญจริงหรือ?

เครดิตภาพจาก MyHomeworkHelp.com
Ready Steady Go! ในวันนี้มาชวนคุยเรื่อง การเร่งเรียนวิชาการในเด็ก สำคัญจริงหรือ?
ในปัจจุบันนี้ เราเห็นเด็กๆมากมายที่ต้องเรียนพิเศษทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และอื่นๆ ยังไม่รวมเวลาในการทำการบ้านของโรงเรียนในแต่ละวัน และบางคนเสาร์อาทิตย์ยังมีเรียนเสริมความสามารถด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่สาม หรือเพิ่มเติมความสามารถพิเศษที่หลากหลาย รวมทั้งการฝ่ารถติดกลับบ้าน เด็กๆทุกวันนี้จึงไม่ค่อยมีเวลาเป็นเด็ก!
เราพบว่ามีหลายกรณีในเด็กที่ถูกเร่งในด้านวิชาการ เด็กเกิดความเครียด และในหลายกรณี เมื่อเราป้อนให้เด็กเรียนในวัยที่ไม่พร้อม เมื่อโตขึ้นเด็กเกิดความเบื่อหน่ายและเลิกเรียนในที่สุด ตัวอย่างเช่น ผู้ใหญ่บางท่านที่ต้องการให้ลูกหลานเขียนหนังสือได้ แต่่ในช่วงอายุนั้นๆ เด็กยังไม่พร้อมทั้งทางด้านการเรียนรู้และกล้ามเนื้อมือที่ยังไม่แข็งแรงพอ ทำให้เด็กรู้สึกว่าการเขียนเป็นเรื่องที่ยากและไม่สนุก เมื่อโตขึ้นความรู้สึกนั้นจะยังคงอยู่ สุดท้ายเด็กเกิดความเบื่อหน่าย และไม่ชอบการเขียนไปในที่สุด
แต่สิ่งที่จะทำให้การเรียนรู้ยั่งยืน คือ การเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก มีเวลาให้เด็กได้ทำในสิ่งที่เชอบ ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ที่เด็กๆรู้สึกสนุก ค้นหาความชอบและความถนัดของตัวเอง เมื่อถึงวัยที่พร้อม เด็กจะรู้สึกอยากเรียนรู้ ยิ่งได้เรียนหรือทำในสิ่งที่เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งที่เค้าสนใจ การเรียนรู้นั้นจะไม่สิ้นสุดอย่างแน่นอน
ในฐานะของคุณพ่อคุณแม่ เราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเด็ก รอให้เค้าได้เบ่งบานไปตามวัย คอยเป็นผู้สนับสนุนสร้างความรักในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ตื่นเต้นไปกับลูกเมื่อเค้าค้นพบสิ่งใหม่ๆแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แบ่งเวลาให้มีความสมดุลทั้งเรื่องเล่นและเรื่องเรียน ชวนลูกเล่นผ่านเกมส์และกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็ก ส่งเสริมให้เค้าได้เรียนรู้ต่อยอดต่อๆไป
สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่คำตอบที่ถูกหรือผิด แต่คือความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และหาคำตอบของเด็กมากกว่าที่สิ่งที่พ่อแม่ควรภูมิใจและชื่นชม เพราะถ้าหากตอนที่เค้าเป็นเด็กยังสนุกกับการเรียนรู้ได้มากขนาดนี้ จะดีแค่ไหนที่เค้าจะได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เรียนรู้อย่างมีความสุข และสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับโลกนี้ต่อไป
....การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากจุดเล็กๆเสมอ
เขียนโดยสุดาลักษณ์ เลิศวศิน
ฝากติดตามพวกเราผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่

No comments: